ไขมันในเลือดสูงเป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากขึ้นในคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 50 ปี ความน่ากลัวของภาวะนี้คือผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการใดๆ จนกว่าจะตรวจเลือดหรือเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น โรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมองตีบ

วันนี้ ดร.เจิ้น อยากพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับไขมันในเลือดให้ลึกขึ้น ทั้งชนิดของไขมันที่เราควรรู้ ค่าที่ควรเฝ้าระวัง และวิธีดูแลตัวเอง ที่ทำได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งยาในกรณีที่ยังไม่รุนแรง

ไขมันในเลือดมีกี่ชนิด แต่ละชนิดสำคัญอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่าไขมันในเลือดคือสิ่งเดียวกันทั้งหมด แต่ความจริงแล้วไขมันในเลือดมีหลายชนิด และแต่ละชนิดมีบทบาทต่างกัน บางชนิดเป็นมิตร บางชนิดเป็นศัตรูที่เราควรเฝ้าระวัง

รู้หรือไม่?

คอเลสเตอรอลทั้งหมดมาจากอาหารใช่หรือไม่?

ไม่ใช่ทั้งหมด ความจริงแล้วคอเลสเตอรอลในร่างกายประมาณ 70-80% มาจากการสร้างของตับเอง ส่วนที่เหลือมาจากอาหาร นี่จึงเป็นเหตุผลที่บางคนกินอาหารน้อยมากแต่ยังมีไขมันในเลือดสูง เพราะพันธุกรรมและการทำงานของตับมีบทบาทสำคัญด้วย

ทำไมไขมันในเลือดสูงถึงน่ากลัว

เมื่อ ไขมัน LDL ในเลือดสูงเป็นเวลานาน มันจะค่อยๆ สะสมในผนังหลอดเลือด เกิดเป็นคราบไขมันที่ทำให้หลอดเลือดตีบลง เลือดไหลเวียนได้น้อยลง อวัยวะต่างๆ ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

ที่อันตรายที่สุดคือคราบไขมันเหล่านี้อาจหลุดและไปอุดหลอดเลือด ที่หัวใจทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือที่สมองทำให้เกิดอัมพฤกษ์อัมพาต ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักเกิดโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

สำคัญ: ไขมันในเลือดสูงไม่มีอาการในระยะแรกเลย วิธีเดียวที่จะรู้ได้คือการตรวจเลือด ผู้ที่อายุเกิน 40 ปีควรตรวจอย่างน้อย 1-2 ปีต่อครั้ง และควรงดอาหาร 8-12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือดเพื่อให้ผลแม่นยำ

ไขมันในเลือดสูง
การตรวจเลือดเป็นวิธีเดียวที่จะรู้ระดับไขมันได้แม่นยำ ควรตรวจเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์

ปัจจัยที่ทำให้ไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูงเกิดจากปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน บางส่วนเปลี่ยนไม่ได้ เช่น พันธุกรรมและอายุ แต่หลายอย่างเราจัดการได้ด้วยตัวเอง

วิธีดูแลตัวเองให้ไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์ดี

การปรับพฤติกรรมเป็นวิธีแรกที่แพทย์มักแนะนำก่อนใช้ยา เพราะหลายคนสามารถลดระดับไขมันลงได้อย่างมีนัยสำคัญด้วยการเปลี่ยนวิถีชีวิต โดยเฉพาะในผู้ที่ค่ายังไม่สูงมากและไม่มีโรคแทรกซ้อน

เลือกอาหารให้เป็น

เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ดในมื้ออาหาร เลือกเนื้อปลาหรือไก่ส่วนไม่ติดหนัง แทนเนื้อแดงและเนื้อแปรรูป ใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันรำข้าวแทนน้ำมันหมูและกะทิ และเพิ่มถั่วเปลือกแข็งเช่น อัลมอนด์ วอลนัท ในปริมาณพอเหมาะ

เคลื่อนไหวให้พอ

ออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ การออกกำลังกายช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) และลดไตรกลีเซอไรด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนสำหรับผู้ที่เพิ่งทราบว่ามีไขมันสูง

  1. ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงโดยรวม ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าไขมัน
  2. ปรับอาหารและเริ่มออกกำลังกายเป็นเวลา 3 เดือน แล้วตรวจซ้ำ
  3. ลดน้ำหนักลง 5-10% จากน้ำหนักตัวปัจจุบันถ้ามีน้ำหนักเกิน
  4. หากปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่ดีขึ้น และแพทย์สั่งยา ต้องกินยาตามคำสั่งสม่ำเสมอ
  5. ตรวจเลือดติดตามทุก 3-6 เดือนตามคำแนะนำของแพทย์

รู้หรือไม่?

การงดไข่จะช่วยลดคอเลสเตอรอลจริงหรือไม่?

งานวิจัยล่าสุดพบว่าไข่ไม่ใช่สาเหตุหลักของคอเลสเตอรอลสูงในคนส่วนใหญ่ ผู้ที่มีสุขภาพดีกินไข่วันละ 1 ฟองได้โดยไม่กระทบไขมันในเลือดมากนัก ผู้ร้ายตัวจริงคือไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์จากอาหารทอดและขนมอบ ซึ่งกระตุ้นให้ตับสร้าง LDL มากกว่าตัวคอเลสเตอรอลในอาหารเสียอีก

เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์

ผู้ที่อายุเกิน 40 ปีควรตรวจเลือดดูระดับไขมันเป็นประจำ และควรไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนจากไขมันในเลือดสูง

Key Takeaways

สรุป — สิ่งที่ควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้

  • ตรวจเลือดดูระดับไขมันอย่างน้อย 1-2 ปีต่อครั้ง สำหรับผู้ที่อายุเกิน 40 ปี
  • ลดอาหารทอด ขนมอบ และอาหารแปรรูปที่มีไขมันทรานส์
  • เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และเนื้อปลาในมื้ออาหาร
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ลดเอวให้น้อยกว่าครึ่งของส่วนสูง
  • หากแพทย์สั่งยา ต้องกินอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดเองแม้ค่าจะดีขึ้น